ทัวร์เคนย่า 9 วัน
ทัวร์
แอฟริกา
ระยะเวลา
9 วัน 6 คืน
สายการบิน
วันเดินทาง
สอบถาม
Hilight

โกลบอล ฮอลิเดย์ จัดทัวร์ทวีปแอฟริกาโซนตะวันออกและตอนใต้ 
รวม 3 ประเทศ ได้แก่ เคนย่า แซมเบีย และซิมบับเว โดยการเดินทางนี้เน้นที่
การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ชมสัตว์ป่าแห่งแอฟริกา ชมน้ำตกวิคทอเรียเป็นสำคัญ ทุกกิจกรรมที่เราคัดสรรเพื่อท่านย่อมเป็นการเพิ่มอรรถรสแห่งการท่องเที่ยวให้เป็นประสบการณ์สุดพิเศษ อาทิ เคนย่า ประเทศที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ตั้งอยู่ในเขตแอฟริกาตะวันออก ประเทศถูกแบ่งเป็นส่วน โดยมีช่องหุบเขา Great Rift Valley ยาวจากเหนือจรดใต้ และมีเส้นศูนย์สูตร (Equator) ยาวจากตะวันตกจรดตะวันออก เยือนทะเลสาบนากูรูที่เหล่านกนานาชนิด เช่น นกกระทุงสีขาว (White Pelican) และนกกระเรียนสีชมพู (Flamingo) ใช้เป็นแหล่งที่อาศัย ทำให้เห็นทัศนียภาพของทะเลสาบเป็นสีชมพู จึงถูกขนานนามว่าทะเลสาบสีชมพู เยือนเขตสงวนอนุรักษ์สัตว์มาไซมาร่าที่สามารถพบเห็นสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งเสือชีต้า สิงโต แรด ฮิปโป ลิงบาบูน ควายป่า หมูป่า ยีราฟ ม้าลาย กวางอิมพาล่า หมาป่า ไฮยีน่า ฯลฯ นอกจากจุดเด่นด้านความสวยงามและความหลากหลายทางธรรมชาติแล้วเคนย่ายังมีวัฒนธรรมชนเผ่าที่โดดเด่นมากกว่า 42 เผ่า เยือนหมู่บ้านเผ่ามาไซ เป็นชนเผ่านักรบดุดันที่อพยพมาจากทางซูดานที่มีวัฒนธรรมการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ โดยชายหนุ่มจะใช้ผ้าสีแดงลายตาราง ส่วนหญิงสาวมักใช้เครื่องประดับสีทำจากลูกปัดหลากสีประดับประดามากมาย และยังมีวัฒนธรรมการกระโดดสูงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะชนเผ่าอีกด้วย 
น้ำตกวิคทอเรีย น้ำตกที่มีม่านน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของประเทศแซมเบียและซิมบับเว ด้วยเหตุผลนี้เราจึงขอนำท่านชมน้ำตกแห่งนี้ในทุกมิติอย่างสมบูรณ์แบบรวมถึงการชมน้ำตกในมุมสูง 
หมายเหตุ : โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่รักการเดินทาง พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนท้องถิ่นและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เดินชมน้ำตกแบบสัมผัสละอองน้ำอย่างชุ่มฉ่ำ ลงเรือเจ็ท ย่ำโคลนกลางเกาะ ล่องเรือใหญ่บนแม่น้ำแซมเบซี่ 

แผนการท่องเที่ยว
  • Day 1
    สนามบินสุวรรณภูมิ
    • 22.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ W สายการบินเคนย่า แอร์เวย์ (KQ) เจ้าหน้าที่และหัวหน้าทัวร์บริษัทฯให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกก่อนการเดินทาง 
  • Day 2
    กรุงเทพฯ - ไนโรบี - เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาไซมาร่า
    • 01.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า โดยสายการบินเคนย่า แอร์เวย์ เที่ยวบิน KQ887 (0115-0605) 
      ( ใช้เวลาบิน 8 ชั่วโมง 50 นาที ) (บริการอาหารบนเครื่องบิน)
      06.05 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติโจโม เคนยัตตา ประเทศเคนย่า หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว พบกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นตามเวลานัดหมาย 
      07.00 น. มุ่งหน้าเดินทางสู่ โรงแรมที่พัก ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาไซมาร่า ( ระยะทางประมาณ 164 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง 50 นาที ) ระหว่างทางแวะจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นส่วนหนึ่งของช่องหุบเขา The Great Rift Valley ณ ระดับความสูง 7,062 ฟุต (หรือ 2,140 เมตร) เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นช่องเขาธรรมชาติที่มีความยาวประมาณ 9,600 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นที่ประเทศเลบานอนมาจนจรดประเทศโมซัมบิก โดยพาดผ่านประเทศเคนย่ายาวตลอดแนวจากเหนือจรดใต้
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน


      บ่าย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาไซมาร่า ( Masai Mara Game Reserve ) 
      เป็นเขตรักษาพันธุ์ป่าที่มีชื่อเสียงระดับโลกเพราะได้ชื่อว่ามีความอุดมสมบูรณ์
      แห่งทุ่งหญ้าสะวันน่าเหมาะแก่การดำรงชีวิตของเหล่าฝูงสัตว์ป่านานาชนิด ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเคนย่า จึงเหมาะแก่การท่องซาฟารีส่องสัตว์ตามธรรมชาติอย่างยิ่ง มาไซมาร่าจึงเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักถ่ายทำสารคดีและนักท่องเที่ยวทั่วโลกเพื่อชม The Great Migration อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 1,510 ตารางกิโลเมตร และมีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าสะวันน่าสลับกับเนินเขาและป่าต้นอเคเซีย อีกทั้งมีพรมแดนติดกับอุทยานแห่งชาติเซเร็งเกติของประเทศแทนซาเนีย ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงตุลาคม จะเป็นฤดูกาลแห่งการอพยพของสัตว์ จะมีฝูงไวล์เดอร์บีสท์ ม้าลาย ยีราฟ อิมพาลา และกาเซลชนิดต่างๆนับแสนๆตัวอพยพมาจากเขตที่ราบเซเร็งเกติ ข้ามแม่น้ำมาร่าที่มีเดิมพันเป็นชีวิตโดยผ่านฝูงจระเข้ที่หิวโหยเฝ้ารออยู่ในสายน้ำ เพื่อย้ายมาอาศัยในแหล่งอาหารที่มีความสมบูรณ์กว่าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาไซมาร่าแห่งนี้            

      นำท่านทำกิจกรรม 4x4 Game Drive ( รถเปิดหลังคาได้ ไม่ติดแอร์ ) ท่องป่าสู่บริเวณทุ่งหญ้าสะวันน่า เชิญท่านเต็มอิ่มกับธรรมชาติที่รายล้อมคร่ำคราไปด้วยฝูงสัตว์ป่า พร้อมสัมผัสบรรยากาศแห่งการไล่ล่า ส่องสัตว์ ศึกษาพฤติกรรมสัตว์ป่า การออกหากิน และเรียนรู้การดำรงชีวิตของสัตว์ป่าอย่างแท้จริง เตรียมกล้องให้พร้อม ไม่ควรพลาดเพื่อบันทึกภาพประทับใจอย่างเต็มที่ หากท่านโชคดีและธรรมชาติเป็นใจ ท่านอาจได้พบกับสิงโตดำ ซึ่งเป็นสัตว์ที่หายากที่สุดของแอฟริกาแต่สามารถพบเห็นได้เพียงเฉพาะที่มาไซมาร่าที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
      โอกาสในการท่องซาฟารีชมสัตว์ที่ออกหากินในเขตอุทยาน นอกเหนือจากเจ้าป่าแอฟริกันอย่าง BIG 5 อันได้แก่  สิงโต เสือดาว ช้าง แรด และควายป่า แล้วยังมีสัตว์ชนิดอื่นๆอีก อาทิเช่น ช้างและควายป่าที่พบเห็นได้ทั่วไปในเขตนี้ เสือชีต้า ไวเดอร์บีส ฮิปโป ม้าลาย ยีราฟ กวางชนิดต่างๆ สุนัขจิ้งจอก หมาใน นกกระจอกเทศ นกอีกา และสัตว์ต่างๆอีกมากมายหลาย จึงทำให้อุทยานแห่งชาติมาไซมาร่า เป็นหนึ่งไฮไลท์ของการท่องเที่ยวในทริปนี้
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ 
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Sarova Mara Game Camp หรือเทียบเท่า

  • Day 3
    มาไซมาร่า - บอลลูนซาฟารี - หมู่บ้านชนเผ่ามาไซ - ทะเลสาบไนวาช่า
    • เช้ามืด ปลุกตื่น เตรียมรับอรุณพร้อมกับกิจกรรมสุดพิเศษที่จะเก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์ดีๆตราตรึงไว้ในความทรงจำ
      05.00 น. นำท่านขึ้น บอลลูนซาฟารี ( Balloon Safari ) ชมบรรดาสัตว์น้อยใหญ่เลาะหากินบนผืนป่าจากมุมสูง 360 องศา 








                   

      หลังจากนั้น เชิญรับประทานอาหารเช้าแบบปิคนิกท่ามกลางบรรยากาศแบบซาฟารี ( Bush Breakfast ) 
      **(กิจกรรม Balloon Safari with Bush Breakfast  เป็น Optional tour  จะต้องจ่ายเพิ่มต่างหาก)**
      09.30 น. นำท่านเดินทางไปชม หมู่บ้านชนเผ่ามาไซ ( Masai Manyatta ) ที่อพยพมาจากทางซูดาน โดยรูปแบบบ้านจะสร้างเป็นวงกลม เพื่อป้องกันการถูกรุกราน โดยตัวบ้านจะถูกสร้างล้อมเป็นวงกลมอยู่รอบนอก และมีการเลี้ยงสัตว์อยู่ภายในลานตรงกลางด้านในโดยใช้กิ่งไม้แห้งเป็นรั้วล้อมเป็นคอกสัตว์ ตัวบ้านมักมีขนาดเล็กและสร้างโดยใช้กิ่งไม้สานทำเป็นโครงบ้านและฉาบผนังด้วยดินเหนียวผสมกับเศษหญ้าแห้ง มีหลังคามุงหญ้าทรงเตี้ยและแบนราบเป็นลักษณะเฉพาะตัว วิถีชีวิตชนพื้นเมืองเผ่านักรบที่ดุดันนี้เรียบง่าย มีการทำปศุสัตว์เลี้ยงวัว โดยจำนวนวัวที่เลี้ยงไว้ในแต่ละครอบครัวเป็นการบ่งบอกถึงฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวนั้นๆ รวมถึงจำนวนบุตรที่มีด้วย นอกจากนี้ชาวมาไซมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เป็นที่รู้จัก คือ การกระโดดสูง โดยเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการวัดทักษะความสามารถเฉพาะตัวบุคคลของชายหนุ่มชนเผ่ามาไซ 
                                  
      ออกเดินทางต่อสู่ ทะเลสาบไนวาช่า ( ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมง 45 นาที ) เป็นทะเลสาบที่มีขนาดพื้นที่ราว 130 ตารางกิโลเมตร ชื่อทะเลสาบ “ไนวาช่า” มาจากภาษามาไซ แปลว่า “น้ำที่ไม่เคยหยุดนิ่ง” ซึ่งอาจเป็นเพราะผิวน้ำของทะเลสาบมีการเคลื่อนไหวจากคลื่นใต้น้ำตลอดในเวลากลางวัน ทะเลสาบแห่งนี้มีแม่น้ำสองสายไหลเข้ามาสู่ทะเลสาบทางด้านทิศเหนือ คือ แม่น้ำกิลกิล ( Gilgil River ) และ แม่น้ำมาเลวา ( Malewa River ) 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย ทะเลสาบไนวาช่า เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ออยู่ห่างจากกรุงไนโรบี เมืองหลวงของประเทศเคนยาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 90 กิโลเมตร การท่องซาฟารีทางเรือในทะเลสาบ ท่านจะพบนกนานาชนิด อย่างเช่น นกกระสาปากเหลือง เหยี่ยวปลาแอฟริกัน นกกาน้ำอกขาว นกกระเต็น นกนางนวลหัวเทา นกปากช้อน นกยางนกช้อนหอย ฮิปโปโปเตมัส และกวางน้ำ เป็นต้น
      นำท่านล่องเรือในทะเลสาบเพื่อชมบรรดาฮิปโปฝูงใหญ่ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดูนกชนิด      ต่างๆที่หาชมได้ยากกว่า 500 ชนิด แล้วล่องเรือสู่ แหล่งอนุรักษ์สัตว์ป่า Crescent Island Wildlife Sanctuary ซึ่งเป็นเขตที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินชมสัตว์ต่างๆได้อย่างใกล้ชิด อาทิเช่น ยีราฟ ม้าลาย กวาง กระทิง และควายป่า ฯลฯ

                           
       











      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Naivasha Sopa Resort  หรือเทียบเท่า 

  • Day 4
    ไนวาช่า - อุทยานแห่งชาติทะเลสาบนากูรู - ไนโรบี
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      ออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติทะเลสาบนากูรู ( Lake Nakuru National Park ) ( ระยะทางราว 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมง 15 นาที )
      ในเขตอุทยานเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด นำท่านทำกิจกรรม 4x4 Game drive (รถเปิดหลังคาได้ ไม่ติดแอร์) ชมบริเวณริมขอบทะเลสาบ บริเวณทะเลสาบแห่งนี้ในสมัยก่อนเป็นภูเขาไฟที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ไหลสู่ทะเลสาบและมีสาหร่ายแกมเขียวทำให้เกิดสารอินทรีย์มีกลิ่นเหม็นและเป็นฟองบางครั้งก็ถูกเรียกว่า Soda Lake และเนื่องจากน้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีความลึกเพียงไม่กี่เมตร จึงเป็นแหล่งรวมนกนานาพันธุ์มากกว่า 500 ชนิด โดยเฉพาะนกกระทุงสีขาว ( White Pelican ) และนกกระเรียนสีชมพู ( Flamingo ) เนื่องจากทะเลสาบแห่งนี้เต็มไปด้วยสาหร่ายที่เป็นอาหารอันโอชะสำหรับนกกระเรียนสีชมพู ซึ่งในบางฤดูกาลท่านสามารถพบนกกระเรียนสีชมพูนับแสนๆตัวอาศัยอยู่ในทะเลสาบ จนทำให้มองเห็นทะเลสาบเป็นสีชมพูหากมองลงมาจากท้องฟ้า ที่นี่ถือเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ยังมีสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่ท่านสามารถพบเห็นในช่วงเวลากิจกรรม Game Drive อาทิเช่น ม้าลาย ยีราฟ กวางอิมพาล่า แรด ควายป่า ลิงบาบูน เป็นต้น ทะเลสาบนากูรูได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแรดพันธุ์ต่างๆ ที่มากสุดในแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะแรดขาว และในทางด้านทิศใต้ของทะเลสาบ ยังมีป่าอเคเซีย ( Acacia Forest ) ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Fever Tree เนื่องจากชาวยุโรปที่มาสำรวจในช่วงแรกๆ ได้ป่วยเป็นไข้มาเลเรียในขณะที่กางเต้นท์อยู่ใต้ต้นอเคเซีย  จึงเข้าใจว่าผงสีเหลืองที่ตกลงมาจากเปลือกของลำต้นเป็นสาเหตุของการเกิดอาการไข้ 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน


      บ่าย หลังอาหาร เดินทางกลับสู่ ไนโรบี 
      ( ระยะทางประมาณ 165 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง 45 นาที ) 
      เมืองหลวงของประเทศเคนย่า คำว่า “ไนโรบี” มาจากภาษามาไซ 
      “Ewaso Nyarobi” แปลว่า “สถานที่มีน้ำเย็น” ซึ่งเป็นที่ที่ชาวมาไซนำฝูงสัตว์ออกมาดื่มน้ำกัน ไนโรบี เป็นเมืองใหญ่ทันสมัย มีขนาดพื้นที่ 680 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 4 ล้านคน
      นำชม ตลาดประจำเมือง ( City Market ) เป็นอาคารสองชั้นในรูปแบบตลาดที่เปิดตลอดวัน แบ่งเป็นส่วนตลาดสดที่จำหน่ายของสดประเภทเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์จากนมต่างๆ รวมทั้งแผงดอกไม้สด และอีกส่วนจะเป็นตลาดจำหน่ายของที่ระลึก โดยส่วนใหญ่จะเป็นงานแกะสลักไม้รูปสัตว์ต่างๆ เครื่องประดับลูกปัดสี ผ้าพื้นเมือง “คีคอย” เครื่องจักสานจำพวกตะกร้าต่างๆ ชา ถั่วแมคคาเดเมีย และกาแฟที่มีกลิ่นหอมรัญจวนใจ แม้แต่สตาร์บัคยังนำมาขึ้นชั้นวางขายตามสาขาทั่วโลก เป็นต้น                   
      หรือ  นำท่านแวะชม ซุปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อหาซื้อของฝากก่อนอำลาประเทศเคนย่า ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เอื้ออำนวยต่อการทำทริป
      ค่ำ      รับประทานอาหารกลางค่ำ ณ ห้องอาหาร Carnivore   
      ร้านอาหารคาร์นิวอร์นี้ เป็นร้านอาหารประเภทย่าง พร้อมน้ำจิ้มหลากรส โดยบริการด้วยเนื้อสารพัด อาทิเช่น หมูย่าง ไก่ย่าง เนื้อย่างนกกระจอกเทศย่าง จระเข้ย่าง ตัวเดียวอันเดียวย่าง  เป็นต้น โดยท่านนั่งอยู่กับโต๊ะจะมีบริกรแวะเวียนกันมาเสิร์ฟเนื้อชนิดต่างๆ ท่านจะรับหรือปฏิเสธก็แล้วแต่ความชื่นชอบของท่าน ร้านอาหารนี้ได้รับการโหวตว่าเป็นร้านที่ควรค่าแก่การลิ้มลองสักครั้ง เมื่อได้เดินทางไปท่องซาฟารี
                       เข้าสู่โรงแรมที่พัก (โรงแรมใกล้สนามบิน)  Panari Hotel หรือเทียบเท่า
                               

  • Day 5
    ไนโรบี - เมืองลิฟวิ่งสโตน (แซมเบีย)
    • 04.30 น. เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม
      05.00 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติโจโม เคนยัตตา ประเทศเคนย่า เพื่อเช็คอินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
      07.20 น. ออกเดินทางสู่ ลิฟวิ่งสโตน ประเทศแซมเบีย โดยสายการบินเคนย่า แอร์เวย์ เที่ยวบิน KQ782 (0720-0935) 
      ( ใช้เวลาบิน 3 ชั่วโมง 15 นาที ) (บริการอาหารบนเครื่องบิน)
      09.35 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติลิฟวิ่งสโตน ประเทศแซมเบีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว พบกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นตามเวลานัดหมาย 
      นำท่านชม เมืองลิฟวิ่งสโตน ( Livingstone ) ชื่อเมืองตั้งตามชื่อของ Dr.David Livingstone ผู้ก่อตั้งเมืองนี้เมื่อปีค.ศ.1905 และเป็นเมืองหลวงของโรดีเซียในปีค.ศ.1911 เป็นเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในยุคนั้น  ต่อมาปีค.ศ.1935 มีการย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ลูซากา ทำให้เมืองเงียบเหงาลงไป ต่อมาเมื่อการท่องเที่ยวน้ำตกวิคทอเรียเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น เมืองลิฟวิ่งสโตนจึงกลายเป็นจุดตั้งต้นของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก เมืองลิฟวิ่งสโตนเนื่องจากมีชัยภูมิที่ดีจึงกลายเป็นประตูการค้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน อาคารบ้านเรือนแบบอังกฤษในยุคที่เป็นอาณานิคมยังคงมีให้เห็นในปัจจุบัน 



      พิพิธภัณฑ์ลิฟวิ่งสโตน เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่เหมาะแก่การ
      เรียนรู้เรื่องราวและประวัติของเดวิด ลิฟวิ่งสโตนและการค้นพบน้ำตกอันยิ่งใหญ่ 
      ก่อนออกไปสัมผัสน้ำตกวิคทอเรียของจริงอย่างเต็มตาด้วยตัวท่านเองในทุกแง่มุมจากกิจกรรมที่บริษัทจัดเตรียมไว้
             
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย หมู่บ้านลิฟวิ่งสโตน เดิมคือหมู่บ้านมูคูนิ เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดของชนเผ่าชาว Baleya ที่ก่อตั้งโดยผู้นำชื่อมูคูนิ ( Mukuni ) มาจากคองโกในศตวรรษที่ 18 ชาวบาเลย่ากลุ่มหนึ่งได้ตามหัวหน้าเผ่าชื่อว่า เซกูเต ( Sekute ) มาตั้งเมืองอยู่ใกล้แม่น้ำแซมเบซี่ทางตะวันตก ส่วนอีกเผ่าคือ เผ่าบาโตกา ภายใต้การนำของผู้นำเผ่าชื่อว่า มูโวโกตวาเน ( Musokotwane ) ทั้งสามกลุ่มมีวัฒนธรรมและภาษาคล้ายๆกัน จึงได้จัดรวมกลุ่มกันแล้วเรียกชื่อว่า โทกาเลย่า  ( Tokaleya ) ในปีค.ศ.1838 มีการสู้รบกันระหว่างเผ่าโทกาเลย่า และเผ่า Seteke ที่มาจากแอฟริกาใต้ เผ่า Seteke มีชัยเหนือโทกาเลย่า ต่อจากนั้น ดร.เดวิด ลิฟวิ่งสโตน มิชชันนารีชาวสก็อตแลนด์ได้เข้ามาในพื้นที่ตอนกลางของแอฟริกาเมื่อครั้งเขามีอายุ 21 ปี เพื่อมาสอนศาสนา แต่กลับกลายเป็นการค้นพบอันยิ่งใหญ่ในช่วงแรกมีการค้นพบแม่น้ำแซมเบซี่ จากนั้นเขาได้เข้ามาล่องเรือบนแม่น้ำแซมเบซี่จนพบน้ำตกวิคทอเรีย โดยการนำพาของหัวหน้าเผ่า Sekeletu ในปีค.ศ.1890 ได้มีบริษัทบริติช เซ้าท์ แอฟริกา (British South Africa) มาตั้งบริษัททางตอนเหนือของประเทศแซมเบีย เพื่อขุดหาแร่ธาตุ และสินค้าอื่นๆ อาทิ งาช้างและหนังสัตว์ป่า บริเวณแม่น้ำแซมเบซี่มีการใช้เรือข้ามไปมาในการขนส่งสินค้าเนื่องจากแถบนี้เป็นแหล่งยุง จึงทำให้ผู้คนเสียชีวิตจากการเป็นไข้มาลาเรีย ทางบริษัท British South Africa จึงย้ายฐานมาอยู่บริเวณหมู่บ้านมูคูนิและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นหมู่บ้านลิฟวิ่งสโตนตามชื่อของผู้ค้นพบ ไกด์ท้องถิ่นประจำหมู่บ้านจะนำท่านเดินลัดเลาะไปตามบ้านที่อยู่อาศัยของชาวพื้นเมือง ที่อาศัยบ้านซึ่งทำจากดิน หลังคามุงจาก ชมวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่หากินโดยการทำสินค้าที่ระลึกขายให้แก่นักท่องเที่ยว โดยให้เวลาแก่ท่านในการเดินชมสินค้าพื้นเมือง จนได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
                  

      ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนที่โรงแรม  AVANI VICTORIA FALLS RESORT  4* หรือเทียบเท่า
      โรงแรมตั้งอยู่ในเขตอุทยาน บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ รอต้อนรับท่าน ไม่ว่าจะเป็นยีราฟ ม้าลาย ฯลฯ
  • Day 6
    ลิฟวิ่งสโตน - น้ำตกวิคทอเรีย ฝั่งแซมเบีย - ล่องแม่น้ำแซมเบซี่
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      08.45 น.      พร้อมเพรียงกันที่บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม  
      09.00 น.      ออกเดินทางสู่ น้ำตกวิคทอเรีย 
      (Victoria Falls  หรือ  Mosi-oa-Tunya )  โมซิ-โอวา-ทุนยา แปลว่า
        กัมปนาทจากละอองน้ำ (The Smoking Thunder) น้ำตกวิคทอเรีย 
        ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของประเทศแซมเบีย    
        และประเทศซิมบับเว เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกค้นพบครั้งแรกโดย ดร.เดวิด ลิฟวิ่งสโตน 
        ในปีค.ศ.1855 ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อน้ำตกนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่สมเด็จพระราชินีวิคทอเรีย  น้ำตกวิคทอเรีย เกิดจากแม่น้ำ  
        แซมเบซี่ ซึ่งเป็นแม่น้ำกั้นพรมแดนของทั้งสองประเทศตกลงมาสู่
        แอ่งลึก โดยน้ำตกมีขนาดกว้างกว่า 1,690 เมตร สูงราว 60 - 
        100 เมตร น้ำตกวิคทอเรียสามารถแบ่งเป็น 4 ส่วนย่อย ได้แก่ 
        น้ำตกปีศาจ น้ำตกหลัก น้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกตะวันออก ไอน้ำ
        จากน้ำตกวิคทอเรียสามารถมองเห็นได้จากระยะ 20 กิโลเมตร   
        น้ำตกวิคทอเรียแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี  
        พ.ศ. 2532
        ปัจจุบันนี้ น้ำตกวิคทอเรีย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญของประเทศแซมเบียและประเทศ    
        ซิมบับเว จึงมีการสร้างโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ 
        ชมน้ำตกฝั่งตะวันออกของแซมเบีย ระหว่างเดินชม ท่านต้องเตรียมเสื้อกันฝนแบบยาว เพราะละอองน้ำที่พวยพุ่ง 
        ขึ้นฟ้าและตกลงมาเปรียบเหมือนสายฝนตกลงไม่หยุดหย่อน พร้อมชมละอองน้ำรับกับแสงอาทิตย์จนเกิดรุ้งกินน้ำ  
        ขนาดใหญ่ เชิญท่านเก็บภาพอันตื่นตาตื่นใจ จากนั้นแวะชมสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัยในบริเวณปากทางอุทยาน 
      11.00 น.      เดินทางกลับโรงแรมที่พัก พักผ่อนและเปลี่ยนอิริยาบถอย่างอิสระ 
      12.00 น.      รถรับท่านจากโรงแรม Avani Victoria Falls Resort  สู่โรงแรม The Royal Living Stone ที่ตั้งอยู่ใกล้กัน เพื่อ
        นำท่านเดินไปยังท่าเทียบเรือเจ็ท พร้อมใส่เสื้อชูชีพ แล้วนำท่านขึ้นเรือยนต์เล็กขนาด 6 ที่นั่ง เพื่อเดินทางสู่ เกาะ
        ลิฟวิ่งสโตน กลางแม่น้ำแซมเบซี่ ลุยโคลน ( ถอดรองเท้า ) เดินสู่จุดที่เดวิด ลิฟวิ่งสโตน ยืนดูน้ำตก Main Falls
      13.00 น.   รับประทานอาหารกลางวัน บนเกาะลิฟวิ่งสโตน 
        หลังอาหารกลางวัน นำท่านนั่งเรือเพื่อเดินทางกลับท่าเทียบเรือโรงแรม The Royal Living Stone แล้วเดินทาง  
        กลับสู่โรงแรม Avani Victoria Falls Resort
      15.30 น.      ได้เวลานัดหมาย นำท่านล่องเรือบนแม่น้ำแซมเบซี่ เพื่อชื่นชมวิถีชีวิตตามธรรมชาติของสัตว์บกและสัตว์น้ำ
       ที่อาศัยอยู่ตลอดสองฝั่งของแม่น้ำ อาทิเช่น ลิง กวาง ช้าง จรเข้ ฮิปโปโปเตมัส ฯลฯ แม่น้ำแซมเบซี่สายนี้ มีความ  
       ยาวประมาณ 2,700 กิโลเมตร ยาวเป็นอันดับ 4 ของทวีปแอฟริกา มีต้นกำเนิดอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ 
       แซมเบียไหลเข้าสู่แองโกลา แล้วผ่านกลับเข้ามาแซมเบียอีกครั้ง ก่อนไหลลงมาสมทบกับลำน้ำใหญ่ซึ่งไหลมาจาก  
       นามิเบียและบอตสวาน่า จากนั้นก็กลายเป็นแนวพรมแดนระหว่างประเทศแซมเบียและซิมบับเว กระทั่งไหลต่อไป
       ลงมหาสมุทรอินเดียที่ประเทศโมซัมบิก 
      ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนที่โรงแรม  AVANI VICTORIA FALLS RESORT  4* หรือเทียบเท่า  

  • Day 7
    แซมเบีย - เมืองวิคทอเรีย ฟอลส์ (ซิมบับเว)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
      09.00 น.      พร้อมเพรียงกันที่บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม เพื่อไปทำกิจกรรมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เดินทางสู่ลานบินฯ  
      09.30 น.       นำท่านขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมมุมสูงของน้ำตกวิคทอเรีย ท่านจะเห็นการไหลรวมกันของแม่น้ำแซมเบซี่ ก่อนจะไหลลง
      ช่องว่างของแผ่นดินจนเกิดเป็นน้ำตกอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
      10.45 น.     เดินทางกลับสู่โรงแรม เพื่อทำการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมพร้อมสัมภาระ



      ออกเดินทางสู่ ประเทศซิมบับเว โดยผ่านข้ามพรมแดน 
      ณ บริเวณจุดชายแดน พร้อมผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านวิคทอเรียฟอลส์ 
      ประเทศซิมบับเว เดิมเรียกว่าโรดิเซีย (Rhodesia) โดยในปี ค.ศ.1923 จักรวรรดิอังกฤษยึดเอาดินแดนส่วนที่ชื่อว่า โรดิเซียใต้ (Southern Rhodesia) มาจากบริษัทเซ้าท์ แอฟริกา (South Africa Company) แล้วผนวกเข้าเป็นอาณานิคม โดยมีรัฐบาลผิวขาวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยเป็นผู้ปกครอง จึงทำให้เกิดการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิชอบธรรมจากชนพื้นเมืองซึ่งเป็นคนหมู่มากส่วนใหญ่ชาวแอฟริกันจนกระทั่งได้รับเอกราชจากอังกฤษในวันที่ 18 เมษายน ค.ศ.1980 แล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็น ซิมบับเว (Zimbabwe)
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      หลังอาหาร นำท่านเที่ยวเดินชมน้ำตกวิคทอเรียที่เรียกว่า Zim side อาทิ จุดชมวิว Devil’s Cataract, Cataract Island, Livingstone Island, Rainbow Falls เป็นต้น จนครบทุกจุดชมวิว (กรุณาเตรียมเสื้อกันฝนหรือร่ม)  
      เมื่อได้เวลาพอสมควร เดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก เพื่อพักผ่อนอย่างอิสระตามอัธยาศัย
      เย็น รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนที่โรงแรม VICTORIA FALLS SAFARI LODGE  4* หรือเทียบเท่า

  • Day 8
    วิคทอเรีย ฟอลส์ - ไนโรบี
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
      หลังอาหารเช้า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
      10.00 น.      พร้อมเพรียงกันที่บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม นำคณะไปชมตลาดท้องถิ่นเพื่อเลือกซื้อของฝากและของที่ระลึกติดไม้
           ติดมือกลับบ้าน  
      11.30 น.     เดินทางกลับสู่โรงแรม เพื่อทำการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมพร้อมสัมภาระ  
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      15.00 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติสนามบินวิคทอเรีย ฟอลส์ เพื่อเช็คอินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
      18.05 น.      ออกเดินทางสู่ กรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า โดยสายการบินเคนย่า แอร์เวย์ เที่ยวบิน KQ793 (1805-2210) 
      ( ใช้เวลาบิน 3 ชั่วโมง 5 นาที ) (บริการอาหารบนเครื่องบิน)
      22.10 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติโจโม เคนยัตตา ประเทศเคนย่า รอเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย 
      23.59 น.      ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบินเคนย่า แอร์เวย์ เที่ยวบิน KQ886 (2359-1350+1) 
      ( ใช้เวลาบิน 9 ชั่วโมง 51 นาที ) (บริการอาหารบนเครื่องบิน)
  • Day 9
    กรุงเทพฯ
    • 13.50 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ 
Top