ยูกันดา - รวันดา - บุรุนดี
ทัวร์
แอฟริกา
ระยะเวลา
11 วัน
สายการบิน
วันเดินทาง
สอบถาม
Hilight

ทัวร์แอฟริกาแกะรอยทัวร์ฝูงกอริลล่าแห่งป่าแอฟริกาตะวันออกไปกับโกลบอล ฮอลิเดย์  ขอนำทุกท่านท่องเที่ยวในทวีปแอฟริกาตะวันออกไปพบประสบการณ์ใหม่ๆที่ต้องสัมผัสให้ได้สักครั้ง
ยูกันดา (Uganda) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐยูกันดา (Republic of Uganda) เป็นประเทศในแอฟริกาตะวันออก ยูกันดาได้ชื่อมาจากอาณาจักรบูกันดา หรือชาวบูกันด้าที่เป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่มากที่สุดในแถบแอฟริกาตะวันออก ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมทางใต้ของประเทศ มีกล้วยเป็นอาหารหลัก มีไร่ชากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ในกรุงกัมปาลา เมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่สุด มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นสุด และที่ขาดไม่ได้คือมีวินมอเตอร์ไซด์ (โบดา โบด้า) มากมาย เพราะมีการจราจรหนาแน่นเหมือนบ้านเรา  
รวันดา (Rwanda) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐรวันดา (Republic of Rwanda) รวันดามีลักษณะทางภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ได้สมญานามจากเบลเยียม เจ้าอาณานิคมเก่าว่าเป็น ดินแดนแห่งเขาพันลูก รวันดายังถือเป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในแอฟริกาส่วนภูมิภาค (ไม่นับเกาะเล็กๆ) เหตุการณ์ที่โด่งดังที่สุดของประเทศรวันดาในระดับสากล คือเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวทุตซีในปี พ.ศ. 2537 (1994)
 ซึ่งส่งผลให้ประชากรเกือบล้านคนต้องเสียชีวิตไป อันมีผลพวงมาจากการสร้างกฎเกณฑ์
 แบ่งแยกของผู้ล่าอาณานิคม...
บุรุนดี (Burundi) หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐบุรุนดี 
(Republic of Burundi) ประกอบด้วยชนสองเผ่าใหญ่ คือ เผ่าฮูตู (Hutu) และเผ่าทุตซี (Tutsi) โดยในศตวรรษที่ 16 เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนเผ่ากลุ่มใหญ่ชาวฮูตู กับเผ่ากลุ่มน้อยชาวทวา (ปิ๊กมี่) ต่อมาเผ่าทุตซี่ ได้อพยพเข้ามายึดครองดินแดนแถบนั้น ทั้งสองเผ่าจึงเป็นศัตรูกัน ตั้งแต่นั้นมา ในปี พ.ศ. 2442 บุรุนดีตกเป็นอาณานิคมของเยอรมนี จนถึงปี พ.ศ. 2459 จึงเข้าอยู่ในอาณัติของสันนิบาตชาติ ภายใต้การปกครองของเบลเยี่ยม และได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2505

แผนการท่องเที่ยว
  • Day 1
    สนามบินสุวรรณภูมิ
    • 23.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อทำการเช็คอิน สายการบินเคนย่าแอร์เวย์ (Kenya Airways = KQ)   
      เจ้าหน้าที่บริษัทฯ และหัวหน้าทัวร์คอยให้บริการและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินให้แก่ท่าน
  • Day 2
    กรุงเทพฯ – ไนโรบี – เอ็นเทปเบ - กัมปาลา
    • 01.25 น. เหินฟ้าสู่ สนามบินนานาชาติไนโรบี ประเทศเคนย่า โดยสายการบินเคนย่าแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ KQ887
      (8.50 ชม.)   
      06.00 น. ถึงสนามบินนานาชาติไนโรบี รอเปลี่ยนเครื่อง 
      06.55 น. ออกเดินทางสู่เมืองเอ็นเทปเบ ประเทศยูกันด้า โดยเที่ยวบินที่ KQ410 (06.55-08.15) บิน 1.15 ชม.
      08.15 น. ถึงสนามบินนานาชาติเมืองเอ็นเทปเบ ประเทศยูกันด้า ตามเวลาท้องถิ่น ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า แลกเงินท้องถิ่น จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองกัมปาลา เมืองหลวงของประเทศยูกันด้า ในอดีตบริเวณนี้เป็นสนามล่าสัตว์ป่าของกษัตริย์ เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ประเภทกวางอิมพาลา และสภาพภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาล้อมรอบ เมื่ออังกฤษเข้ามาในยุคล่าอาณานิคมจึงเรียกบริเวณนี้ว่า เนินแห่งอิมพาลา เมืองกัมปาลาเติบโตขึ้นมาจากอาณาจักรบูกันด้า อนุสรณ์สถานหลายแห่งในยุคอาณาจักรบูกันด้ายังมีให้เห็น อาทิ สุสานคาซูบิ (Kasubi Tombs) อดีตพระราชวังของกษัตริย์ที่ปกครองอาณาจักรบูกันด้า ที่สร้างในปี ค.ศ.1881 
      ผ่านชม พระราชวังลูบิริ (Lubiri Palace) ซึ่งกษัตริย์องค์ปัจจุบันไม่ได้ประทับอยู่แล้ว อาคารรัฐสภา และ อาคารศาลปกครอง สิ่งก่อสร้างบางส่วนถูกทำลายในสมัยสงครามแทนซาเนีย และถูกสร้างขึ้นมาใหม่ รวมถึงอาคาร ร้านค้า โรงแรม และธนาคาร สิ่งก่อสร้างในกัมปาลาวางตัวกระจายอยู่ตามเนินเขาต่างๆ
      กัมปาลา จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเจ็ดเนินเขา (City of seven hills) 
      นำท่านชม โบสถ์คาทอริครูบาก้า (Rubaga Cathedral) เป็นอาคารสวยงามซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสามารถมองเห็นวิวเมืองกัมปาลาอย่างชัดเจน เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของยูกันด้า เนื่องจากถูกสร้างเพื่ออุทิศให้แก่เหล่าวีรชนในอดีตที่ถูกสังหารหมู่โดยการเผาทั้งเป็น
      จากนั้นชม สุสานฝังพระศพของกษัตริย์ราชวงศ์บูกันด้า (Kasubi Tombs) เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1881 เดิมทีสร้างเพื่อใช้เป็นพระราชวังของกษัตริย์มูเทซาที่ 1 แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นสุสานของพระองค์รวมทั้งกษัตริย์องค์ต่อๆมา โครงสร้างเป็นวงกลมหลังคามุงด้วยฟาง เป็นสถานที่สำคัญทางจิตวิญญาณของชาวยูกันด้า องค์การยูเนสโก้ประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2001 (Kasubi Tombs อยู่ในระหว่างซ่อมบำรุง จากเหตุการณ์ไฟไหม้ในปี ค.ศ. 2010 อาจเสร็จเพียงบางส่วน)
      เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน
      จากนั้นชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติยูกันดา (Uganda Museum) 
      ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวับชาติพันธุ์ ธรรมชาติวิทยา ประวัติศาสตร์ และวิถีประ
      เพณีซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศยูกันดา พิพิธภัณฑ์ฯ เริ่มก่อ
      ตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1908 โดยถูกย้ายมาจนอยู่ณ.ที่ตั้งปัจจุบันในปี ค.ศ. 1942 ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องดนตรี อุปกรณ์การล่าสัตว์ อาวุธโบราณ กีฏวิทยา (แมลง) ส่วนภายนอกจัดแสดงบ้านจำลองของชนเผ่าต่างๆในอาณาจักรอูกันด้า นอกจากนี้มีส่วนจัดแสดงรถยนต์ที่อดีตบุคคลสำคัญๆเคยใช้ เช่นอดีตประธานาธิบดีอี้ อามิน เป็นต้น
      จากนั้นชม ตลาดของที่ระลึก ซึ่งจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง อาทิ เครื่องจักรสาน ตะกร้า กะบุง งานไม้แกะสลัก เป็นรูปสัตว์ หรือภาชนะไว้ใส่ของ เสื้อผ้าทอพื้นเมือง ภาพวาด เป็นต้น ให้ท่านมีเวลาอิสระ ช็อปปิ้งตามอัธยาศัย
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      พักผ่อนที่โรงแรม HOTEL AFRICANA หรือเทียบเท่า
  • Day 3
    กัมปาลา - จินจา - น้ำตกเซเซบวา - ต้นกำเนิดแม่น้ำไนล์
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
      จากนั้นเดินทางไปทางตะวันออกของเมืองกัมปาลาสู่เมืองจินจา ระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร จินจาเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสอง เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ รองจากกัมปาลา ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลสาบวิคทอเรีย แหล่งต้นน้ำต้นกำเนิดของแม่น้ำไนล์ แม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในโลก ยาวกว่า 6,400 กิโลเมตร ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากแม่น้ำสองสาย คือแม่น้ำไนล์ขาว (White Nile) และแม่น้ำไนล์น้ำเงิน (Blue Nile) ที่เมืองจินจาแห่งนี้ เป็นต้นกำเนิดของวิคทอเรียไนล์ (Victoria Nile) หรือไนล์ขาวนั่นเอง นำท่านลงเรือล่องในทะเลสาบวิคทอเรีย เข้าสู่ปากแม่น้ำไนล์ ชมจุดกำเนิดของแม่น้ำไนล์ที่ไหลจากทะเลสาบวิคทอเรีย เข้าสู่แม่น้ำไนล์ขาว ซึ่งไหลไปบรรจบกับไนล์น้ำเงินที่เมืองคาร์ทูม ประเทศซูดาน จากนั้นรวมกันเป็นสายเดียวไหลขึ้นไปทางเหนือ ที่เมืองไคโร ประเทศอียิปต์ และไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 
      เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
      ระหว่างทางแวะชม น้ำตกเซเซบวา (Ssezibwa Falls) น้ำที่เกิดจากโอเอซิสในป่า มีต้นไม้ขึ้นร่มรื่น และมีนกนานาพันธุ์อาศัยอยู่แถบนี้ มีตำนานความเชื่อในอดีตว่าแม่น้ำกำเนิดจากหญิงสาวนางหนึ่งในตระกูลหมาป่าซึ่งได้ให้กำเนิดบุตรเป็นแม่น้ำและน้ำตก น้ำตกแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางความเชื่อทางจิตวิญญาณ  ชาวพื้นเมืองจึงมีความเชื่อว่าน้ำตก มีเทพแห่งความมั่งคั่งที่มาขอพรได้ เทพที่ช่วยรักษาโรคภัย รวมทั้งเทพเจ้างูที่ขอพรให้มีบุตรแฝด  
      ได้เวลาพอสมควรเดินทางกลับเมืองกัมปาลา
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      พักผ่อนที่โรงแรม HOTEL AFRICANA หรือเทียบเท่า
  • Day 4
    กัมปาลา - มิตยานา - มูเบนเด้ - ฟอร์ตพอทอล
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
      วันนี้เราออกเดินทางไกล ประมาณ 350 กิโลเมตรไปทางตะวันตก จากกรุงกัมปาลาสู่เมืองฟอร์ต์พอทอล (Fort Portal) ระหว่างทางจะผ่านเมืองมิตยานา (Mityana) และ เมืองมูเบนเต้ (Mubende) เมืองที่เป็นแหล่งเพาะปลูกกล้วยอันเป็นอาหารหลักของชาวยูกันด้า ไม่ว่าจะทำอาหารคาวหวาน จะประกอบไปด้วยกล้วยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้วยต้ม กล้วยนึ่ง กล้วยบด โยเกริต์กล้วย นมกล้วย ซึ่งจะเป็นอาหารหลักของ เมนูอาหารเช้าของโรงแรมแทบทุกแห่ง (จากการสำรวจตลาดยังไม่เห็น กล้วยทอด กล้วยตาก กล้วยเบรคแตก กล้วยเชื่อม เหมือนบ้านเรา)นอกจากนั้น ระหว่างทางยังมีไร่ชามากมาย ที่เป็นพืชเศรษฐกิจอีกอย่างที่ปลูกกันมาก
      เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ที่เมืองฟอร์ตพอทอล
      บ่ายๆ   เดินทางถึงที่พักใกล้กับอุทยานแห่งชาติกิบาเล 
      และพักผ่อนตามอัธยาศัย กับที่พักท่ามกลางธรรมชาติ ที่แวดล้อมไปด้วยป่าเขียวชะอุ่ม 
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      พักผ่อนที่โรงแรม KIBALE LODGE  หรือเทียบเท่า
  • Day 5
    อุทยานแห่งชาติกิบาเล่ - ชิมแปนซีเทรค - อุทยานแห่งชาติควีนอลิซาเบธ
    • 06.30 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
      07.30 วันนี้กรุณาแต่งกายทะมัดทะแมง ไกด์นำท่านเดินทางออกจากโรงแรม เพื่อไปทำกิจกรรมเดินป่าตามรอยลิงชิมแปนซี ที่ อุทยานแห่งชาติกิบาเล (Kibale Forest National Park) เป็นเขตป่าฝนแถบศูนย์สูตรที่มีจำนวนสายพันธุ์ลิงชนิดต่างๆมากสุดในโลกกว่า 13 ชนิด บนพื้นที่กว่า 795 ตารางกิโลเมตร โดยเฉพาะลิงชิมแปนซีที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์บนผืนป่าแห่งนี้ การเดินป่าตามหาลิงชิมแปนซีนั้นจะต้องปฎิบัติตามกฏและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานผู้นำทางอย่างเคร่งครัดเท่านั้น ระยะเวลาและระยะทางการเดินทั้งหมดขึ้นกับการตามแกะรอยลิงชิมแปนซีกลุ่มที่ทางอุทยานได้ทำให้คุ้นเคยกับการเฝ้าติดตามจากนักท่องเที่ยว ซึ่งลิงเหล่านี้จะเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆในแต่ละวัน (โดยปกติจะอยู่ประมาณ 3-4 ชั่วโมง) ลิงชิมแปนซี (Chimpanzee) เป็นลิงไม่มีหางที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด มีแขนและขาซึ่งมีความยาวพอ ๆ กัน มีขนโดยเฉพาะที่หู มือ และเท้าสีเนื้อ ลูกที่เกิดใหม่จะมีใบหน้าสีชมพู ตัวผู้สูงราว 5 ฟุต น้ำหนักประมาณ 65 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียสูงราว 4 ฟุต ทำรังอยู่บนพื้นดินด้วยการโน้มกิ่งไม้ขัดทำเป็นที่นอน เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่อมีอายุ 7-9 ปี เป็นสัดทุก ๆ 33-38 วัน ระยะเวลาสำหรับการผสมพันธุ์นาน 3 วัน ไม่มีฤดูผสมพันธุ์ที่แน่นอน ตั้งท้องนานประมาณ 230 วัน ลูกจะอยู่กับแม่นาน 1-2 ปี สูงสุดถึง 7 ปี และมีอายุขัยประมาณ 40 ปี ตัวเมียในฤดูผสมพันธุ์จะผสมพันธุ์กับตัวผู้หลายตัว จึงยากที่จะบ่งบอกได้ว่า ลูกที่เกิดมานั้นมาจากลิงตัวผู้ตัวไหน ลิงชิมแปนซีกระจายพันธุ์ในทวีปแอฟริกา ทางแถบแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก อาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัว มีความสัมพันธ์กันแบบเครือญาติ โดยมีจ่าฝูงเป็นตัวผู้เพียงตัวเดียว หากินบนพื้นดินมากกว่าต้นไม้ โดยหากินในเวลากลางวัน ซึ่งอาหารได้แก่ ผลไม้และใบไม้ต่าง ๆ รวมถึงสัตว์ขนาดเล็กต่าง ๆ เช่น แมลง เป็นต้น ซึ่งชิมแปนซีมีพฤติกรรมที่จะประดิษฐ์เครื่องมือต่าง ๆ ในการหาอาหารเช่นเดียวกับมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ชิมแปนซีมีเสียงร้องอย่างหลากหลาย 
      จากการศึกษาพบว่าร้องได้ถึง 32 แบบ โดยถือเป็นภาษาสำหรับการ
      สื่อสารระหว่างกันสามารถเดินตรงได้แต่นิ้วเท้าจะหันไปข้างนอก เวลา
      เดินตัวจะเอนไปข้างหน้า แขนตรง และวางข้อมือลงบนพื้น นานๆ ครั้งจะเดิน 
      2 เท้าแบบมนุษย์ ซึ่งในการเดินแบบนี้ ชิมแปนซีจะเอามือไว้ข้างหลังเพื่อช่วย
      ในการทรงตัว หรือชูมือทั้ง 2 ข้างขึ้นสูง ชิมแปนซีมีความจำดีมาก มีอารมณ์ความรู้สึกเช่นเดียวกับมนุษย์ มีความฉลาดกว่าอุรังอุตังและกอริลล่า ซึ่งเป็นลิงไม่มีหางเช่นเดียวกัน สถาบันวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มหาวิทยาลัยเกียวโตของญี่ปุ่นระบุว่า ลูกชิมแปนซีมีความจำดีกว่ามนุษย์ที่เป็นผู้ใหญ่เสียอีก 
      เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติควีนอลิซาเบธ (Queen Elizabeth National Park) ระหว่างทางแวะถ่ายรูปกับ สัญลักษณ์เส้นศูนย์สูตร (Equator Line) ก่อนที่จะเดินทางถึงเขตอุทยานฯ  
      จากนั้นเช็คอินเข้าที่พักที่ตั้งอยู่ริมช่องลอดทะเลสาบคาซิงกา (Kazinga Channel) ใกล้ทะเลสาบเอ็ดเวิร์ด (Lake Edward) สามารถมองเห็นวิวทะเลสาบสวยงามอย่างยิ่ง  
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมที่พัก
      พักผ่อนที่โรงแรม MWEYA SAFARI LODGE หรือเทียบเท่า
  • Day 6
    อิชาชา - คีโซโล
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ้าท์
      นำท่านเดินทางไปยัง เขตอิชาชา (Ishasha) เพื่อไปยังแหล่งที่มีสิงโตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ (Tree Climbing Lions) ยูกันดาไม่ได้เป็นเพียงที่รู้จักกันสำหรับกอริลล่าภูเขาและลิงชิมแปนซีเท่านั้น แต่ยูกันดายังเป็นแหล่งสถานที่ที่ดีที่สุดเพื่อดู “ สิงโตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ ” ในแอฟริกา ในเขตตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติควีน
      อลิซาเบธ  มันเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจกับทุกสายตาที่เห็นสัตว์เจ้าป่าคู่บารมีเหล่านี้อยู่บนต้นไม้ในระหว่างวัน 
      เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน
      จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองคีโซโล (Kisoro) เมืองทางตอนใต้ของยูกันดา คีโซโล เป็นเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติบวินดี้ (Bwindi National Park) และอุทยานแห่งชาติมากาฮิงก้า (Mgahinga National Park) ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นเขตที่อยู่อาศัยของลิงกอริลล่าภูเขา (Mountain Gorrilla) ซึ่งในโลกเรา มีเหลือเฉพาะพื้นที่ในเขตนี้เท่านั้น ไม่สามารถหาดูได้ที่อื่น (ยกเว้นที่ถูกจับขังอยู่ในกรงตามสวนสัตว์)   
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      พักผ่อนที่โรงแรม KISORO TRAVELERS HOTEL หรือเทียบเท่า
  • Day 7
    กอริลล่าเทรค
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
      วันนี้แนะนำให้แต่งตัวให้ทะมัดทะแมง ให้พร้อมสำหรับการเดินตามแกะรอยเจ้าฝูงกอริลล่าภูเขา เจ้ายักษ์ตัวใหญ่ที่มีจิตใจอ่อนโยน ใจดี เราจะนำท่านสัมผัสประสบการณ์ที่ตื่นเต้นกับการเดินในป่าเขียวชอุ่ม ตามหาเจ้าหลังเงินยักษ์ หรือกอริลล่าหนุ่ม ที่อยู่กันเป็นฝูง การเดินตามหาจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของอุทยานในการนำทาง รวมทั้งมีกลุ่มแรนเจอร์ ที่ถูกส่งเป็นทีมล่วงหน้าเพื่อตามเช็คแกะรอยตำแหน่งการเคลื่อนฝูงของเจ้าลิงยักษ์ในแต่ละวัน ซึ่งในการเดินต้องปฏิบัติตามกฎต่างๆตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ เช่นเดียวกับการดูลิงชิมแปนซี เช่น ระยะห่างในการดูควรจะ
      อยู่ประมาณ 7 เมตร และเมื่อเผิชญหน้ากับลิงกอริลล่าให้หยุดอยู่นิ่งและ
      ค่อยๆย่อตัวนั่งลง โดยไม่ควรสบตากับมัน เพราะมันอาจเข้าใจว่าเราท้าทาย
      มัน อย่างไรก็ตาม ลิงกอริลล่า (Gorilla) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยง
      ลูกด้วยนม เป็นลิงไม่มีหาง เป็นไพรเมตที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่ยังดำรง เผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน ตัวสูงขนาดประมาณคน แต่ล่ำสันและแข็งแรงกว่ามาก มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา บางตัวอยู่บนภูเขา แต่บางตัวก็อยู่ตามที่ราบต่ำลงมา ลิงกอริลลาเป็นสัตว์กินเฉพาะพืชเป็นอาหาร มันชอบกินพวกหน่อไม้ พืช ผัก ผลไม้ ใบไม้ ที่ขึ้นตามป่า ลิงหนุ่มจะถูกเรียกว่า "เจ้าหลังเงิน" เพราะจะมีขนสีเทาเงินที่หลัง เวลาขู่คำรามจะยืนตรงและใช้สองมือทุบหน้าอก จ่าฝูงก็มักจะเป็นเจ้าหลังเงินที่แข็งแรงที่สุดในกลุ่ม การเดินในป่าอาจมีความลาดชันพอควร ควรใส่รองเท้าที่สามารถยึดเกาะพื้นได้ดี ระยะเวลาที่ใช้เดินแกะรอย จะอยู่ประมาณ 3-4 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฝูงกอริลล่าอยู่ในวันนั้นๆ
      เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิกในป่า
      บ่ายๆ เดินทางกลับที่พัก เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      พักผ่อนที่โรงแรม KISORO TRAVELERS HOTEL หรือเทียบเท่า
  • Day 8
    ยูกันดา - รวันดา - คิกาลี (รวันดา)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
      วันนี้นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ ประเทศรวันดา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศยูกันดา (เดินทางประมาณ 2 ชม.) นำท่านข้ามแดนและผ่านการตรวจคนเข้าเมืองรวันดา ในอดีตดินแดนรวันดาเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าฮูตู (Hutu) ซึ่งใช้ชีวิตโดยการทำเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 14 พวกชนเผ่าทุสซี่ (Tutsi) เริ่มอพยพเข้ามาในดินแดนแถบนี้ และเริ่มเข้าควบคุมระบบการเมือง การปกครอง และการทหาร ในศตวรรษที่ 19 กษัตริย์ของชนเผ่า Tutsi ซึ่งเป็นชนเผ่าที่มีเพียงร้อยละ 15 ของประชากรทั้งหมด ได้ครอบครองดินแดนแถบนี้ไว้ได้ทั้งหมด   รวันดาเป็นประเทศยากจน จัดอยู่ในกลุ่ม HIPC (Heavily Indebted Poor Countries) ไม่มีทางออกทะเล ทรัพยากรธรรมชาติน้อย มีอัตราความหนาแน่นของประชากรสูงสุดในแอฟริกา เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับเกษตรกรรม ประชากรร้อยละ 90 อยู่ในภาคการเกษตร การส่งออกกาแฟและชาเป็นรายได้สำคัญของประเทศ แต่รายได้ขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาในตลาดโลก รวันดามีอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุกและวุลแฟรม มีการค้นพบก๊าซธรรมชาติประมาณ 57,000 ล้านลูกบาศก์เมตรใต้ทะเลสาบคีวู (Kivu Lake) นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญ คือ การสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำร่วมกับแทนซาเนีย บนปากแม่น้ำรูซูโม (Rusumo River) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาลุ่มน้ำ Kagera  รวันดามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดกับแอฟริกาใต้ เพราะแอฟริกาใต้เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจด้านการบริการ ด้านโทรคมนาคม การบิน และการท่องเที่ยว ปัจจุบันรวันดาเป็นประเทศหนึ่งในแอฟริกาที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุด เนื่องจากได้รับความช่วยหลือจากประชาคมโลกในการฟื้นฟูประเทศ หลังจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ประกอบกับความมั่นคงทางด้านการเมืองที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
      นำท่านเดินทางสู่ เมืองหลวงคิกาลี  
      คิกาลี (Kigali) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศรวันดา 
      มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตศูนย์กลาง
      ของประเทศ เมืองยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการขนส่ง
      ของประเทศรวันดา และเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางราชการและสำนักงานของประธานาธิบดีรวันดา ประชากรของเมืองเป็นชาวฮูตู 84% ชาวทุสซี่ 15% คิกาลีก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1907 ภายใต้การปกครองอาณานิคมเยอรมัน แต่ไม่ได้เป็นเมืองหลวง (เมืองหลวงเดิมคือ เมืองฮูเย หรือบูทาเร่ ในปัจจุบัน) จนกระทั่งรวันดาได้รับอิสรภาพ ในปี ค.ศ. 1962 จึงได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นเมืองหลวง 
      เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน
      นำท่านชม ศูนย์อนุสรณ์ระลึกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คิกาลี (Kigali Memorial Center) ถูกสร้างขึ้นโดยความร่วมมือร่วมกันของ สภาเทศบาลเมืองคิกาลี และกองทุน AEGIS TRUST แห่งสหราชอาณาจักร  ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา และชั้นบนจะเป็นการแสดงนิทรรศการของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆทั่วโลก นอกจากนี้ ภายนอกอาคารของสถานที่แห่งนี้ ยังเป็นสวนและหลุมฝังกระดูก เพื่อรำลึกถึงบุคคลที่จากไป ซึ่งเป็นผู้ตกเป็นเหยื่อของสงครามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในปี ค.ศ. 1994หากมีเวลานำท่านเยี่ยมชมโรงแรมเด มิล คอลลิน (Hotel des Mille Collins) โรงแรมที่เคยเกิดเหตุการณ์การช่วยเหลือผู้หนีการถูกฆ่า เข้ามาหลบภัยโดยการให้ความช่วยเหลือจากผู้จัดการของโรงแรม ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ได้ถูกถ่ายทำเป็นภาพยนต์ภายใต้ชื่อเรื่อง โฮเตล รวันดา (Hotel Rwanda) 
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      พักผ่อนที่โรงแรม SERENA HOTEL, KIGALI หรือเทียบเท่า
  • Day 9
    คิกาลี - บูจุมบูรา, ประเทศบุรุนดี - Burundian Drummer
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
      หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่พรมแดนรวันดา - บุรุนดี  ที่ด่านกาเซนยี (Gasenyi) หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เดินทางต่อเข้าไปยังเมืองบูจุมบูรา เมืองหลวงของประเทศบุรุนดี บูจุมบูรา (Bujumbura) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุด มีท่าเรือหลักที่ใช้ทำการส่งออกกาแฟ ผ้าฝ้าย หนัง และแร่ดีบุก เมืองตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบทันกันยิกา (Tanganyika Lake) เมืองบูจุมบูรา ก็เป็นบริเวณที่
      เคยมีการต่อสู้และเกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างชนเผ่าฮูตู และเผ่าทุสซี บ้านเมืองที่เคยถูกทำลาย ได้ถูกฟื้นฟูกอบกู้ขึ้นมาใหม่บูจุมบูรา เคยเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็กๆ แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 กองกำลังทหารเยอรมันก็เข้าควบคุมแอฟริกาตะวันออกในปี ค.ศ. 1889 และสร้างเป็นศูนย์กลางทางการทหาร หลังจากนั้นเมื่อบุรุนดีได้รับอิสรภาพในปี ค.ศ. 1962 บูจุมบูราก็ได้รับการพัฒนาให้มีเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในทุกทางมากขึ้น จวบจนปัจจุบัน
      เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน
      เดินทางถึงเมืองบูจุมบูรา นำท่านเช็คอินเข้าที่พัก
      จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมืองกีเทก้า (Gitega) ทางตะวันออกของเมืองบูจุมบูรา (ระยะทางประมาณ 87 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เพื่อชมศิลปการแสดงตีกลองประกอบการเต้นในรูปแบบและจังหวะแบบบุรุนดี ที่มีชื่อเรียกว่า “ Les Tambourinaires Du Burundi “ หรือ “ Burundian Drummer “ ที่เนินพระราชวังกิโชรา (Royal Hill of Gishora) พิธีการตีกลองศักดิ์สิทธิเริ่มมีขึ้นโดยกษัตริย์มวามี่ (Mwami) ของประเทศบูรุนดี ในช่วงสมัยศตวรรษที่ 19 หลังมีชัยชนะเหนือเหล่ากบฎ การตีกลองแสดงถึงการยินดีในศึกสงคราม ในบางครั้งยังใช้ในสถานที่สำคัญในการประกาศเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ของประเทศ เช่นเดียวกับการขึ้นครองบัลลังก์ และเทศกาลงานประเพณีต่างๆ ของพระมหากษัตริย์ 
      การตีกลองนี้จัดว่าเป็นประเพณีสำคัญของชาวบูรุนดีเลยทีเดียว
       (หากเวลาไม่อำนวยในการเดินทางไปชมที่เมืองกีเทก้า เนื่องจากความ
      ล่าช้าในการผ่านแดน อาจจะชมที่ในเมืองบูจุมบูราแทน)ได้เวลาพอสมควรเดิน
      ทางกลับเมืองบูจุมบูรา แวะชมหาดมะพร้าว (Coconut Beach) ซึ่งเป็นชายหาดทรายสีขาว ริมชายฝั่งทะเลสาบ ทันกันยิกา มีความยาวรวมประมาณ 5 ก.ม. สัมผัสบรรยากาศยามเย็นริมทะเลสาบทันกันยิกา 
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม
      พักผ่อนที่โรงแรม DU LAC CLUB TANGANYIKA  หรือเทียบเท่า
  • Day 10
    บูจุมบูรา - ไนโรบี - กรุงเทพ
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
      นำท่านล่องเรือในทะเลสาบทันกันยิกา เป็นเรือเร็วขนาดเล็กที่ใช้ล่องชมความสวยงามของทะเลสาบในมุมต่างๆ รวมทั้งบ้านเรือนและอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในบริเวณรอบทะเลสาบ
      ทะเลสาบทันกันยิกา (Tanganyika Lake) เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่และสำคัญอันดับสองของทวีปแอฟริกา รองจากทะเลสาบวิคตอเรีย พื้นที่โดยรวมของทะเลสาบ 32,892 ตร.กม. แต่เป็นทะเลสาบที่มีความลึกมากที่สุดในทวีป ตั้งอยู่ในเขตรอยต่อของ 4 ประเทศ คือ คองโก แทนซาเนีย แซมเบีย และ บูรุนดี
      เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน
      ก่อนอำลาเมืองบูรุนดี นำท่านชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติบุรุนดี (Musee Vivant) เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขนาดเล็ก ที่มีการจำลองหมู่บ้านของชาวบุรุนดี และในส่วนอาคารพิพิธภัณฑ์ (ที่เรียบง่ายมาก) มีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา หมอนไม้ เหรียญเงินตรา เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ เป็นต้น หากมีเวลาเหลือนำท่านผ่านชมเมือง ผ่านชมตลาดท้องถิ่น และอาคารร้านค้าต่างๆ 
      15.00 น. ได้เวลาพอสมควรเดินทางสู่สนามบินบูจุมบูรา
      16.45 น. อำลาแอฟริกาตะวันออก เดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบินเคนย่า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ KQ444  (16.45-20.40)  
      20.40 น. ถึงสนามบินไนโรบี ประเทศเคนย่า  รอเปลี่ยนเครื่อง
      23.35 น. ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน KQ886 (2335-1350+1)
  • Day 11
    สนามบินสุวรรณภูมิ
    • เครื่องบินลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยด้วยความสวัสดิภาพ
Top