แพคเกจทัวร์ภูฎาน 5 วัน 53,900.- / 58,900.- pax for 3-4 pax
โกลบอล ฮอลิเดย์ ขอเชิญท่านสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ณ. ประเทศ ภูฏาน.…ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า จากตำนานในอดีต...สู่เรื่องราวปัจจุบัน ดินแดนแห่งขุนเขาอันลึกลับแห่งนี้เป็นที่สนใจของเหล่าผู้คนที่อยากค้นหาเสน่ห์แห่งความงดงามของธรรมชาติและความสงบสุขที่มิสามารถเปรียบเทียบกับที่อื่นใดในโลก กลิ่นอายของวัฒนธรรม และประเพณีที่สืบทอดกันมาจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่งยังคงมีให้เห็นเป็นรูปธรรม ศิลปะและสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ และรูปแบบเฉพาะตัว มีปรากฏอยู่ให้เห็นทั่วทุกหนทุกแห่ง รอยยิ้มแห่งความเป็นมิตรที่จริงใจและซื่อบริสุทธิ์ของผู้คนที่สามารถพบได้ทั่วไป.…..และนี่เองที่ทำให้ภูฏาน แตกต่างจากทุกๆ ที่ในโลกใบนี้
แพคเกจ 5 วัน 4 คืน เดินทางได้ทุกวัน
วันแรกของการเดินทาง : กรุงเทพฯ - พาโร - ทิมพู
04.00 น. : เดินทางถึงสนามบินสนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นอาคารผู้โดยสารขาออก ประตูที่ 10 เคาร์เตอร์ W เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับเพื่อเช็คอินตั๋วที่สายการบินแห่งชาติ ภูฏานดรุกแอร์ (Druk Air) สายการบินเดียวที่สามารถนำท่านเดินทางสู่ภูฏาน
05.50 น. : เหินฟ้าสู่ประเทศภูฏาน โดยสายการบิน ดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB 121 หรือ KB 123 (05.50-09.30) ( เครื่องแวะจอดที่กัลกัตต้า หรือ ธากา (บังคลาเทศ) ประมาณ 40 นาที
09.00 น. : เดินทางถึงสนามบินพาโร เมืองพาโร หลังจากผ่านพิธีการเข้าประเทศ ให้ท่านแลกเงินท้องถิ่นนูทรัมที่ร้านแลกเงินภายในสนามบินก่อน จากนั้นพบกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นรอต้อนรับท่านที่ประตูทางออก เมื่อจัดสัมภาระขึ้นรถแล้ว เดินทางสู่เมืองพาโร นำชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในเมืองพาโร ซึ่งในอดีตเคยเป็นป้อมปราการหรือตาซอง (Ta Dzong) แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมเครื่องแต่งกาย อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าในแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจนดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ จากนั้นนำท่านชม วัดคิชู (Kyichu Lhakhang) ประกอบด้วยโบสถ์ 2 หลัง ซึ่งหลังเก่าได้สร้าง ขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าซองเชนกัมโป และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ส่วนหลังใหม่เป็นของสมเด็จย่าของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน เพื่อเสด็จมานั่งวิปัสสนา ในโบสถ์หลังเก่า พื้นปูด้วยไม้แผ่นใหญ่ มีพระประธานองค์ใหญ่ เบื้องหน้ามีรอยลึกบุ๋มเนื่องจากมาจากการยืนและกราบพระในจุดเดียวกันเป็นเวลายาวนานตามอายุวัด ซึ่งศาสนิกชนลัทธิลามะจะกราบแบบนอนราบพื้นอันเป็นการแสดงคารวะสูงสุด เรียกว่า อัษฎางคประดิษฐ์
ช่วงเที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย : นำท่านเดินทางสู่เมือง ทิมพู โดยทางรถยนต์ (ระยะทางประมาณ 68 กิโลเมตร) ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของภูฏานและท่านจะตื่นตาตื่นใจสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบ และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ภูฏาน ที่ท่านจำได้พบเห็นตลอดสองข้างทาง
เดินทางถึงเมืองทิมพู เมืองหลวงแห่งประเทศภูฏาน นำท่านชม Memorial Chorten หรือมหาสถูปที่พระเจ้า จิกมี ดอร์จี วังชุก ซึ่งเป็นพระชนกของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน (พระเจ้า จิกมี ซิงเย วังชุก) พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.ศ. 1952 – 1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” (King of Merdernization) มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจา และใจ ของพุทธศาสนา แต่ท่านได้เสียชีวิตลงเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ จากนั้นนำชมวัดชันกังคา (Changangkha Temple) วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ซึ่งถูกสร้างในค.ศ. ที่ 14 หรือ กว่า 600 ปี ต่อด้วยนำชมเขตอนุรักษ์สัตว์ประจำชาติของภูฏานซึ่งเรียกว่า ตาคิน (Takin) ซึ่งปัจจุบันสามารถหาดูได้ยากมาก (ลองฟังเรื่องราวที่มาของตาคินจากไกด์ท้องถิ่นดูนะ) ต่อด้วยการเยี่ยมชม Zeluka Nunery วัดแห่งภิกษุณี แห่งเดียวในประเทศภูฏาน บริเวณทางเข้าวัดท่านสามารถชมวิวมุมสูงของทาชิโชซองได้
ช่วงเย็น : นำท่านเดินเล่นในตัวเมืองทิมพู ท่านจะรู้สึกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมการแต่งกาย ตลอดจนมิตรไมตรีจิตของผู้คน โดยชาวภูฏานจะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ โดยผู้ชายจะแต่งชุดที่เรียกว่า โค (Kho) ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุดที่เรียกว่า คีรา (Kira) ท่านสามารถจับจ่ายซื้อของที่ระลึกพื้นเมืองต่าง ๆ เช่น ผ้าทอภูฏาน เครื่องประดับเงิน ภาพพระบฏ (Thangka) หนังสือ สินค้าที่ระลึก เสื้อปักลายภูฏานแบบต่างๆ หรือแสตมป์ที่ระลึกในรูปแบบต่าง ๆ ที่หายาก
เย็น รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนที่โรงแรมในเมืองทิมพู
วันที่สองของการเดินทาง : ทิมพู
07.00 น. : รับประทานอาหารที่โรงแรม
08.00 น. : นำชมวิวทิวทัศน์แห่งเมืองทิมพู ณ จุดชมวิวของเมืองทิมพู และ วัดแม่ชี ซิลูคา (Zilukha Nunnary) ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวในทิมพูที่มีแม่ชีจำวัดและศึกษาเล่าเรียนอยู่ จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม หอสมุดแห่งชาติ (The National Library) และโรงเรียนสอนงานศิลปะ (The School of Arts and Crafts or the Painting School) ซึ่งท่านจะได้เห็นเด็กนักเรียนชายที่รักการเรียนทางด้านศิลป์กำลังประดิษฐ์งานศิลปะแขนงต่างๆ เช่นการแกะสลักไม้ การปั้นพระพุทธรูปปูนปั้น การวาดภาพพระบฏ หรือภาพทังก้า (Tanka) อีกด้วย ต่อด้วยการเยี่ยมชมศูนย์หัตถกรรมพื้นเมืองของรัฐบาล(The Government Handicraft) พิพิธภัณฑ์ผ้าทอแห่งชาติ (The National Textile Museum) และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้าน (The Folk Heritage Museum)
ช่วงเที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย : นำ ท่านชม ทาชิโชซอง (Tashicho Dzong) ซึงเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล
(หมายเหตุ : ก่อนอื่นคงต้องขอพูดถึงเรื่องของซอง (Dzong) เสียก่อน มาภูฏานสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นและได้ยินบ่อยๆ คือ ซอง เพราะ “ซอง” ไม่ใช่เป็นเพียงสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญกับด้านการบริหารการปกครองบ้านเมืองเท่านั้น หากแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนภูฏาน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของวัดหลักประจำท้องถิ่นเขตนั้นๆ หากแปลความหมายของซอง ซึ่งเป็นภาษาซองคา ก็คือ ป้อมปราการ ที่ในอดีตใช้เป็นที่ใช้ป้องกันอริศัตรูที่มารุกรานผืนดินแห่งนี้นั่นเอง)
ช่วงเย็น : รับประทานอาหารเย็น และกลับมาพักผ่อนที่โรงแรมในเมืองทิมพู
วันที่สามของการเดินทาง : ทิมพู – ปูนาคา – วังดีโปดรัง
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. : นำท่านออกเดินทางสู่เมือง ปูนาคา อดีตราชธานีของภูฏาน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639 – 1955 ซึ่งสร้างและปกครองโดย ชับดรุง งาวังนัมเกล (Shabdrung Ngawang Namgyal) เป็นพระลามะจาก ธิเบตที่ธุดงค์มาถึงภูฏาน ระยะทางจากเมืองทิมพูสู่ปูนาคาประมาณ 77 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ช.ม. ระหว่างทางท่านสามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาสูงสลับกับแม่น้ำลำธารน้อยใหญ่ ที่ใสสะอาด ตามข้างทางจะเห็นดอกกุหลาบพันปี (Rhododendron) การทำสวนแอปเปิ้ลและอาจจะพบ จามรี (Yak) ซึ่งเป็นสัตว์ที่พบได้ในที่สูงเท่านั้น ระหว่างทางแวะจุดที่สูงที่สุดบนเส้นทางนี้ ที่ ดอร์ชูลา (Dorchula Pass) ที่ความสูง 3,150 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นช่องเขาที่สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้ในระยะใกล้ มีความสูงอยู่ในระดับ 3,100 เมตร บางวันก็จะเห็นทะเลหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไป
ช่วงเที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย : นำท่านชม ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) ซึ่งเป็นที่ประทับของพระสังฆราชในฤดูหนาว เนื่อง
จากปูนาคา มีอากาศไม่หนาวเย็นจนเกินไป ด้วยเหตุที่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงเพียง 1,468 เมตร เท่านั้น เมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่นี่จึงมีอากาศอบอุ่นกว่าในช่วงฤดูหนาว ด้านหน้าของปูนาคาซองจะเป็นจุดที่แม่น้ำโพ (Po Chu) และแม่น้ำโม (Mo Chu) ซึ่งหมายถึง แม่น้ำพ่อ และแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกันพอดี จากนั้นท่านชม วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang temple) วัดนี้ได้ถูกค้นพบในปี 1499 โดย พระองค์หนึ่งชื่อ งาหวัง ชอคเยล ตามตำนานเล่าว่า ดรุกปา คุนเลย์ ได้พบผู้ชายคนหนึ่งชื่อ เทชิน ที่ถูกขังโดยญาติของเขา ซึ่งเทชินกำลังสอนให้ลูกศิษย์ท่องคำถอนคำสาป จากนั้นเทชินก็ได้สอนดรุกปาเกี่ยวกับพิธีถอนคำสาป เมื่อสำเร็จปฏิบัติเทชินก็ได้หายตัวไปกับสายรุ้ง คนภูฏานเชื่อว่าเมื่อพวกเค้าไม่ประสพความสำเร็จในเรื่องคู่ครองก็จะมาแสวงบุญที่นี่เพราะเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์ จากนั้นเดินทางสู่เมือง วังดีโปดรัง (Wangdi Phodrang) เป็นเมืองในอดีตที่สำคัญของประวัติศาสตร์ภูฏาน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองปูนาคาประมาณ 13 กิโลเมตร เยี่ยมชม วังดีโปดรังซอง ซึ่งถูกสร้างโดย ชับดรุง นาวังนัมเกล ในปี ค.ศ.1638 ซองแห่งนี้ตั้งอยู่บนสันเขาระหว่างแม่น้ำ พูนาค และแม่น้ำดาง
ช่วงเย็น : รับประทานอาหารเย็น และกลับมาพักผ่อนที่โรงแรมในเมืองวังดีโปดรัง
วันที่สี่ของการเดินทาง : วังดีโปดรัง – พาโร
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
0.800 น. : ออกเดินทางสู่เมือง พาโร โดยมีระยะทางประมาณ 126 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า
ช่วงเที่ยง : รับประทานอาหารกลางวันที่เมืองทิมพู
ช่วงบ่าย : หลังอาหารกลางวัน หลังจากนั้นนำท่านสู่ พาโรซอง (Paro Rinchen Pong Dzong) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1645
ถูกสร้างบนพื้นที่ ที่เด่นตระหง่านอยู่ในหุบเขาพาโร ทางเข้าตัวซองจะมีสะพานไม้ที่สวยงามพาดผ่านแม่น้ำเพื่อเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบันพาโรซองเป็น ทั้งสถานที่สำหรับส่วนบริหารเมืองพาโร และส่วนที่เป็นวัด ซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ประมาณ 200 รูป จากนั้นชม ดรุกเยลซอง (Drukgyel Dzong) ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดที่ควบคุมเส้นทางสู่ทิเบต ซองนี้สร้างขึ้นในปี 1644 เพื่อเป็นที่ระลึกในชัยชนะเหนือทิเบต ท่านจะได้ชมเส้นทางลับที่จะหลบหนีออกจากซอง เมื่อชาวทิเบตบุกเข้ามาล้อมซองไว้ และเส้นทางที่ทหารลงไปเอาน้ำมาใช้ในซอง นอกจากนั้นจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาที่เป็นช่องทางผ่านเข้าไปสู่ทิเบตอีกด้วย
ช่วงเย็น : นำท่านเดินเล่นในตัวเมืองพาโร ก่อนรับประทานอาหารเย็น
พักผ่อนที่โรงแรมในเมืองพาโร
วันที่ห้าของการเดินทาง : พาโร – กรุงเทพฯ
07.00 น. : หลังอาหารเช้า ออกเดินทางจากโรงแรม
จากนั้นเดินทางไปที่บริเวณสถูปซัทซัม (Satsam Chorten) ในระยะใกล้ที่จะพอจะเห็น วัดทักซัง (Taktsang
Monastery) ได้ ชื่อทักซังนี้มีความหมายว่าที่อยู่ของเสือ (Tiger’s Nest) ซึ่งตั้งตามตำนานความเชื่อเก่า วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูฏาน
ได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินพาโร
11.00 น. : เหินฟ้ากลับกรุงเทพ โดยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB120 / KB122
12.30 น. : ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ และความทรงจำที่ดี
*** รายการและเที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความจำเป็นและความเหมาะสม ***